KingdomHearts-IvaliceAlliance

Chap 04. http://xehanort.exteen.com/20080415/fic-kingdom-hearts-ivalice-alliance-chap-04

-----------------------------------------------

Kingdom Hearts : Ivalice Alliance

Chapter 05.Air Pirates Help (ความช่วยเหลือของสลัดอากาศ)

ทะเลทรายดัลมัสก้าตะวันตก/โดนัลด์&มองค์บลังค์ VS. ซาร่าและกองกำลัง

"แอโรร่า!!!!!!!!"
"อ๊ากกกกกก!!!!!!!!" เวทย์สายลมแอโรร่าที่ปล่อยออกมาจากฝ่ามือของโดนัลด์สามารถจัดการศัตรูไปได้กว่า 10 คน

"ธันดาก้า!!!!!!" "เปรี้ยงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!"
"อุ๊บ อ๊าาากกก!!!!!!!!" เวทย์สายฟ้าตกลงมาใส่ฝ่ายศัตรูบาดเจ็บล้มระเนระนาดไม่เป็นท่า นี่คือพลังของผู้ที่มีเวทย์พลังแข็งแกร่งที่สุดอย่างมองค์บลังค์


"ฟู่! ไม่เลวเลยนะโดนัลด์" มองค์บลังค์กล่าวชมโดนัลด์ในผลงาน
"ขอบคุณนะหัวหน้าแค่นี้จิ๊บๆน่า" โดนัลด์รับคำ
"เอาล่ะ! ซาร่าเหลือแต่เธอแล้วล่ะนะ ฉันจะให้โอกาสเธอจะหนีหรือจะลุย?" มองค์บลังค์มองอย่างโกรดเกรี้ยวไปทางซาร่า

ซาร่าซึ่งตะลึงไปเล็กน้อยกับภาพเบื้องหน้าที่ลุกน้องถูกกำจัดหมดภายในเวลาอันสั้น จริงๆเธอก็ไม่คิดว่าลูกน้องของเธอจะทำอะไรมองค์บลังค์และโดนัลด์ได้อยู่แล้วแต่ก็ไม่นึกว่าจะเร็วขนาดนี้
"หึ ดูท่าว่าฉันจะดูแคลนพลังของหัวหน้าและผู้มาเยือนน้อยไปหน่อยนะเนี่ย" ซาร่ากล่าวอย่างเยือกเย็นแม้เมื่อกี้จะทำให้ตะลึงไปบ้างแต่เธอก็คุมสติได้อย่างดีเยี่ยม
"แล้วคิดว่าวันๆฉันจะเอาแต่นั่งๆนอนๆหรือไงล่ะ" มองค์บลังค์ตอกกลับไป ถึงแม้ว่าเมื่อกี้เขาจะเลือดขึ้นหน้าแต่ก็ได้ระบายไปแล้ว
"ฉันไม่คิดจะหนีหรอกนะคะหัวหน้าเพราะถ้าขืนไม่สู้ มีหวังโดนบอสใหม่ของฉันเล่นงานเอาแน่เลยล่ะค่ะ" ซาร่าตั้งท่าเตรียมจะต่อสู้
"เธอ รู้อะไรกันแน่?"
"ซาร่าเธอรู้อะไรอย่างงั้นเหรอ? เกี่ยวกับ...ผู้มาเยือน" มองค์บลังค์ถามโดยมองไปทางโดนัลด์นิดหน่อย
"ฉันไม่รู้อะไรมากไปกว่าคนที่อยู่กับหัวหน้าเป็นผู้มาจากแดนไกล และฉันรู้แค่ว่าฉันมีหน้าที่พาพวกเขากลับไป" ซาร่าตอบแก่มองค์บลังค์
"บอกตามตรงนะฉันไม่อยากที่จะสู้กับเธอเลย" มองค์บลังค์บอก
"แต่ว่า....! ถ้าเธอเข้าร่วมกับอันโนน ฉันก็คงไม่มีทางเลือกอื่น"

"นอกจากปลิดชีวิตเธอด้วยตัวเองกับมือ" เมื่อมองค์บลังค์กล่าวจบก็มีออร่าพวยพุ่งออกมาล้อมตัว นั่นเป็นพลังเวทย์ทั้งหมดที่มองค์บลังค์มี
"โดนัลด์ นายรีบช่วยสมาชิกของเราซะแล้วดูอยู่เฉยๆ" มองค์บลังค์บอกโดนัลด์ ซึ่งโดนัลด์ก็ยอมทำตามแต่โดยดี

"ต้องอย่างนี้สิคะมันถึงจะสนุก" ซาร่ากล่าวแก่มองค์บลังคืเช่นกัน
"จงออกมา "
"เมจิก บัสเตอร์(Magic Buster)!"
"วิ้ง ขวับๆๆๆๆๆ ฉึก!" มีดาบขนาดใหญ่ตกลงมาจากฟากฟ้าและปักเข้ากับพื้นใกล้กับซาร่า และเธอก็หยิบมันขึ้นมา

บรรยากาศเริ่มเงียบลงเรื่อยๆและดูเหมือนสภาพอากาศเหมือนจะเป็นใจเมื่อพายุทะเลทรายได้สงบนิ่งลง มีเพียงลมอ่อนๆที่พัดไปมาเท่านั้น

การต่อสู้จะเริ่มเมื่อมีฝ่ายใดเริ่มขยับก่อน


............
.........
......
.....
....
...
..
.


"แกร๊ก! ขวับ!" ทั้งคู่ขยับและกระโจนเข้าใส่พร้อมกัน
"ขวับ! ชิ้ง! เปรี้ยง!" คมดาบเข้าปะทะกับฝ่ามือที่เต็มไปดวยพลังเวทย์ผลคือการกระเด็นของทั้งสองฝ่าย

"ไฟราก้า! บลิซซาก้า! ธันดาก้า!" มองค์บลังค์ปล่อยเวทย์ใหญ่ใส่ซาร่าเต็มหร้อมกันถึงสามบทแต่ซาร่าสามารถหลบและฟันทิ้งได้ทั้งหมด
"ยังอ่อนไปค่ะหัวหน้า! กริ๊ก! เปรี้ยง!" ซาร่าฟาดดาบใส่มองค์บลังค์แต่มองคืบลังคืก้ยังสามารถต้านทานไว้ได้
"ว่าแต่คนอื่น เธอเองก็ไม่เท่าไรเลยนี่" มองค์บลังค์บอกแก่ซาร่า

ซาร่านำนิ้วไปสัมผัสที่ปลายดาบพร้อมพูด
"ถ้างั้นก็ต้องเจอนี่หน่อย"
"บัสเตอร์ เอเลเมนท่อล ชาร์จ"
"ไฟร์!" เมื่อซาร่ากล่าวจบพลังเวทย์ก็ไหลจากนิ้วของเธอไปทั่วใบดาบ ซึ่งทำได้มีสีแดงและมีเปลวไฟเล้กๆติดที่ใบดาบ

"นั่นน่ะรึความสามารถของเมจิกบัสเตอร์ที่เธอภูมิใจ" มองค์บลังค์กล่าวอย่างไม่สทกสะท้านเท่าไร
"อย่าดูถูกกันดีกว่านะคะหัวหน้า เพราะว่ามันไม่ได้มีดีแค่นี้หรอกนะคะ!" ซาร่าทะยานพุ่งแล้ววาดดาบลงไปที่มองค์บลังค์
"อ่อนไปน่า ถ้าดาบไฟก็ต้องเจอกับนี่ วอเตอก้า!" สายน้ำแผ่พวยพุ่งออกไปจากมือของมองค์บลังค์ ทว่า.........

"เอ๋!" สายน้ำที่มองค์บลังค์ยิงออกไปกลับถูกดาบเล่มนั้นดูดไปจนหมด
"ไม่จริงนี่มันอะไรกัน เหวอ ว้ากกก!!!!!!"
"เปรี้ยง!!!!!" ดาบฟาดลงไปทำให้ทะเลทรายกระจายทันที

"อั่กกกก!!!"
"ดีนะที่เบี่ยงตัวหลบได้ทันไม่งั้นเสร็จแน่" มองค์บลังค์กล่าวถึงแม้เขาจะยังหลบได้บ้างแต่ก็ยังโดนไปไม่น้อย
"ความสามารถของเมจิก บัสเตอร์ก็คือดูดกลืนพลังเวทย์ไงคะ" ซาร่ากล่าว
"อ๋อ เข้าใจล่ะที่ดาบมีธาตุไฟได้เพราะดูดเวทย์ไฟเข้าไปนี่เอง" มองค์บลังค์บอกตามที่รู้
"เพราะอย่างนี้ยังไงล่ะคะที่ทำให้ฉันยอมตกลงสุ้กับหัวหน้า"
"อ้อ!เกือบลืมดาบนี้ไม่ได้ดูดได้อย่างเดียวนะยังปล่อยกลับได้ด้วย" ซาร่าบอกและ....
"วอร์เตอก้า!" ซาร่าชี้ปลายดายไปทางมองค์บลังค์ และก็มีสายน้ำพวยพุ่งออกมาลักษระเดียวกับที่มองค์บลังค์ยิงออกไป
"กระจอกน่าธันเดอร์!" มองค์บลังค์ยิงเวทย์สายฟ้าต้านไปจนสายน้ำที่ยิงออกมาดั่งลูกปืนใหญ่แตกกระจายตัวออก จนมีเศษน้ำตกลงมาตามตัวมองค์บลังค์ และบริเวณที่ยืนอยู่

"เสร็จฉันล่ะค่ะ ธันดาก้า!!!!!" เธอร่ายเวทย์สายฟ้าขนาดใหญ่ มองค์บลังค์พยายามจะหลบแต่ก็......
"อ๊าาากกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!" มองค์บลังค์โดนสายฟ้าเข้าไปเต็มเพราะตัวของเขาที่เปียกโชกถึงแม้ว่าเขาจะหลบสายฟ้าได้แต่น้ำนั้นนำไฟฟ้าจากพื้นขึ้นมาถึงตัว
"อุ่กกก อั่กกก" มองค์บลังค์ถึงกับไอเป็นเลืดเลยพลังเวทย์ของหล่อนเขาสัมผัสได้มันช่างรุนแรงมากมากกว่าเขาสักเท่านึงได้

"ฉันจะบอกให้รู้ไว้นะคะ ว่านักเวทยืไม่มีทางเอาชนะฉันได้หรอกค่ะ" ซาร่ากล่าวแก่มองค์บลังค์
"ฮึ งั้นเหรอ ให้ตายสิติดกับเต็มเปาเลยแฮะ" มองค์บลังค์ตอบและนึกอยากจะบ้าตายในความโง่ของตัวเอง
"จบกันแค่นี้ล่ะนะ" ว่าแล้วซาร่าก็วาดดาบลงไปเต็มเหนี่ยวใส่มองค์บลังค์ทันที
"ฟ้าววววววววว!!!!!!!!!!"

"หัวหน้า!!!!!!!!!!!" สมาชิกที่ฟื้นแล้วและโดนัลด์ตะโกนเรียกมองค์บลังคือย่างสุดเสียง
"ไม่มีประโยชน์หรอกน่า" ดาบยังคงฟาดลงไป

มองค์บลังค์ไม่ขยับ
เขาจะต้องตายอย่างงั้นเหรอ
ไม่สิเขายังมีลุกน้องอยู่อีกมากนะ
ถ้าเขาตายไปแล้วเซนทริโอจะเป็นยังไง
มองค์บลังค์เจ็บใจที่ตัวเองต้องตายต่อหน้าลูกน้องอย่างน่าสมเพช
ถึงในจิตใจจะฮึดเพียงใด
แต่ร่างกายก็ไปไม่ได้อย่างใจคิด
ทั้งตัวดาบและพลังของซาร่าช่างร้ายกาจยิ่งนัก
เขาพลาดอย่างรุนแรงไปแล้ว
มันจะต้องจบแค่นี้งั้นเหรอ?

..................
...........
........
......
....
..
.


"เป๊ง!" ดาบของซาร่าถูกรับเอาไว้อย่างฉิวเฉียดโดยจากดาบของคนที่มาช่วยมองค์บลังค์เอาไว้
"วาน!?" มองค์บลังค์ตะโกนถาม
"ครับ หัวหน้ามองค์บลังค์วานเองคร้าบบ" "ปึง!" วานสลัดดาบของเขาให้หลุดจากของซาร่าได้แบะกระเด็นเล็กน้อยทั้งคู่
"คูราก้า" เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้มองค์บลังค์ฟื้นตัวและลุกขึ้นได้ไหว
"ไม่เป็นไรนะคะคุณมองค์บลังค์?" เจ้าของเสียงนั้นถาม
"เธอ เพเนโล่" มองค์บลังงค์ถามกลับ
"ค่ะ เพเนโล่เอง" เพเนโล่ตอบ

"ฮึ่ม!หนอยแน่พวกแก" ซาร่ากล่าวอย่างโมโหที่ถูกขัด
"เพเนโล่รีบพาหัวหน้าเขาไปรวมกับคนอื่นที่ยานตรงนั้นเร็วเดี๋ยวฉันจัดการเอง" วานรีบบอกซึ่งเพเนโล่ก็รีบพามองค์บลังค์เข้าไปนั่งพักกับสมาชิกในเซนทริโอทันที
"เอาล่ะทีนี้เรามาดวลกันแบบดาบต่อดาบดีกว่านะ" วานหันกลับไปพูดกับซาร่าพร้อมกับท้าทาย
"......ฉันนึกออกแล้วพวกแกสองคนที่เมื่อ1ปีก่อน......ในเหตุการณ์นั้นสินะ" ซาร่ากล่าวกับวานเพราะจำได้แล้วว่าวานก็คือ1ในกลุ่มคนที่เข้าฟาดฟันกับจักรวรรดิเมื่อปีก่อน
"โฮ่!จำได้ด้วยหรือนี่ น่าดีใจจังเลย เป้นคนดังมันก็ลำบากงี้อ่ะน๊า"
"แต่ว่า....ตอนนี้ฉัน......อยู่ในฐานะสลัดอากาศวานซะแล้วคงไม่พูดอะไรมากหรอกนะ" วานชูดาบชี้ไปทางซาร่า
("ช่วยไม่ได้ถ้าต้องมามัวสู้กับเจ้านี่ล่ะก็") "ฮึ!ถ้าต้องสู้กับผู้กล้าอย่างนี้คงเสียเวลามากเกินไป" ว่าแล้วซาร่าก็เก็บดาบ
จากนั้นเธอก็มองไปที่โดนัลด์สายตาที่แหลมคมทำเอาโดนัลด์สะดุ้งเฮือก
"แล้วเจอกัน ครั้งนี้ถือว่าเป็นโชคดีไปก็แล้วกัน ลาก่อน" ซาร่าหันหลังแล้วเดินหนีไป
"เดี๋ยวสิซาร่า!" มองค์บลังค์ตะโกนเรียกซาร่าซึ่งเธอก็หันหน้ามา
"ทำไมเธอถึง......."
"ฉันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบอกหัวหน้าในตอนนี้ลาก่อน"
"ดะ...เดี๋ยวเซ่!"วานพยายามตามซาร่าแต่จู่ๆพายุทรายก็พัดกระหน่ำเข้ามาเหมือนเดิมซึ่งก็ทำให้วานมองไม่เห้นซาร่าซะแล้ว
"ซาร่า!!!!"

"ขอโทษนะคะหัวหน้า"

-----------------------------------------------

ที่ทำการแคลนเซนทริโอ/เมืองหลวงราบานัสเตอร์

"ส่วนประกอบหลายชิ้นเสียหายหนักคิดว่าคงต้องใช้เวลาพอดูกว่าจะซ่อมเสร็จหรือไม่อย่างนั้นก็จำเป้นต้องใช้ชิ้นส่วนใหม่" ช่างประจำแคลนบอกแก่โดนัลด์
"แต่ว่าถ้าไม่ใช่ชิ้นส่วนกัมมี่บล็อกทั้งหมดจะไม่สามารถออกนอกโลกนี้ได้น่ะสิ" โดนัลด์กล่าวอย่างเซ็งๆ
"ถ้าจะเอาอย่างนั้นก็ต้องรอกันไปอีกสักพักน่ะนะเพราะต้องแนกใหม่ทุกส่วนแล้วตามซ่อมไปเป้นจุดๆ"
"แล้วอย่างเร็วสุดจะได้เมื่อไหร่ล่ะ" โดนัลด์ถามเพราะไม่อยากรอมากเกินไป
"ถ้าเร็วที่สุดก็ราวๆ2 เดือน" ช่างบอก
"งั้นเหรอ......." โดนัลด์ทำหน้าปลงก่อนจะเดินออกไป
"เอาน่าโดนัลด์" มองค์บลังค์ที่เดินเข้ามาได้พูดกับโดนัลด์
"งานแข่งที่จะถึงเนี่ยนานกว่า 3 เดือนซะอีกมั้งเพราะฉะนั้นกว่าจะแข่งจบก็ซ่อมเสร็จแล้วล่ะ" มองค์บลังค์เข้ามาปลอบ
ถึงแม้ว่าสำหรับโดนัลด์จะไม่ชอบรอมากที่กว่าการแข่งจะจบก็สามเดือนแต่เขากลับรู้สึกดีใจอย่างประหลาด
"ฉันมีเรื่องที่จะพูดกับนายซะหน่อย ช่วยไปที่ห้องทำงานของฉันด้วย" มองค์บลังค์กล่าวก่อนจะเดินออกไป


โดนัลด์เดินตามมองค์บลังค์มายังห้องทำงานและเข้าไปพอถึงเขาเห็นวานและเพเนโล่อยู่ในห้องนั้นด้วย
"ไงโดนัลด์เรื่องยานของนายว่าไงบ้าง" วานถามโดนัลด์
"อีกนานโขกว่าจะว่อมเสร็จน่ะ" โดนัลด์ตอบวานซึ่งเป็นน้ำเสียงที่ดูธรรมดาๆ
"เอาล่ะมากันครบแล้วฉันจะพูดเลยนะ"
"ตอนนี้แคลนเซนทริโอของเราได้ข้อสรุปของการแข่งขันแล้ว"
"ซึ่งสมาชิกในทีมนี้จะเป็นเราทั้ง4คนที่อยู่ตรงนี้"
"เอ๋...?ทำไมล่ะครับหัวหน้า" โดนัลด์ถาม
"คือว่า...สมาชิกสามคนที่จะลงดันบาดเจ็บหมดเลยฉันก็เลยให้สองคนนี้ลงแทน"
"แต่ว่าพวกนายเป้นสลัดอากาศนะแล้วมาเข้าทีมเรามันจะดีเหรอ" โดนัลด์หันหน้าไปถามพวกวาน
"คือว่า...ลูกเรือของฉันพอมีข่าวเกี่ยวกับทัวร์นาเมนท์นี้ก็หายต๋อมเลย"
"ฉันก็เพเนโล่ก็เลยกะจะมาขอเข้าทีมของหัวหน้ามองค์บลังค์น่ะ แล้วก็ได้เข้าซะด้วย" วานตอบแก่โดนัลด์
"เรื่องหลักๆที่ฉันจะพูดก็เท่านี้นั่นแหละนะ ดังนั้นตั้งแต่พรุ่งนี้เราจะต้องมาฝึกการทำงานเป็นทีมใหม่หมด ขอให้พวกนายเข้าใจตามนี้ด้วยนะ"
"งั้นพวกฉันขอตัวนะคะหัวหน้า" เพเนโล่กล่าวก่อนออกไป
"แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะโดนัลด์" วานเดินออกไปตาม
"อ้าวโดนัลด์รออะไรล่ะ" มองค์บลังค์ถาม
"ผมอยากรู้เรื่องนั้นน่ะ"
"เอ๋"
"ก็เรื่องของหัวหน้ากับซาร่ายังไงล่ะ" โดนัลด์ถามมองค์บลังค์
"......โทษทีนะฉันน่ะ......." มองค์บลังค์หันหลังออกไปมองหน้าต่าง ซึ่งโดนัลด์ก็เห็นว่าเขาไม่อยากที่จะเล่าก็เลยเดินออกไป
"ขอโทษนะหัวหน้า" โดนัลด์พูดหนสุดท้ายก่อนหายไปหลังประตูโดยไม่รู้ว่ามองค์บลังค์จะได้ยินไหม
"โทษทีนะโดนัลด์แล้วฉันจะเล่าให้นายฟังทันทีขอแค่ผ่านพ้นตอนนั้นไปแล้ว"

-----------------------------------------------

"แค่นี้ก็วางใจไปได้อีกคน................เหลืออีกรายสินะ"

(เจ้าของเสียงปริศนาอันนี้หรือเขาจะรู้อะไร?)

จบ Chapter 5

(ตอนหน้าพบกับบทเปิดสุดท้ายของอิวาไลซ์กับเส้นทางของเขาคนนั้น)

-----------------------------------------------

ช่วงแนะนำตัวละครใน Kingdom Hearts : Ivalice Alliance เพราะพวกเขาเหล่านี้จะมีบทบาทในบทถัดไป

บัลเธียร์(Balthier) เผ่า:ฮูม อาชีพ:นักล่า
:เป็นสลัดอากาศและเป็นนักล่าสมบัติ ออกปล้นแต่คนเลวแล้วนำเงินมาแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นโจรคุณธรรม มีค่าหัวสูงปรี๊ดจนมีนักล่าเงินรางวัลหลายคนหมายหัวเอาไว้แต่ก็ไม่ค่อยแคร์เท่าไร ไม่เคยทำอะไรให้ใครฟรีๆ เมื่อ1ปีก่อนเป็นหนึ่งในผู้กล้ากลุ่มของอาเช่เช่นเดียวกัน ถนัดการใช้อาวุธทุกประเภท

ฟราน(Fran) เผ่า:ฮูม อาชีพ:สไนเปอร์
:เป็นคู่หูของบัลเธียร์ ดวยความสามารถของเผ่าวิเอร่าที่ประสาทดีกว่าฮูมจึงทำให้เธอและบัลเธียร์รอดมาได้หลายต่อหลายครั้ง ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าทำไมเธอถึงมาทำงานให้กับบัลเธียร์ เมื่อ1ปีก่อนเธอเองก็เป็นหนึ่งในผู้กล้ากลุ่มของอาเช่นผู้เคยช่วยเหลือดัลมัสก้าเอาไว้ เนื่องจากมีประสาทสัมผัสที่ดีจึงถนัดการต่อสู้ระยะไกล

กลุ่มบากัม'นัน (BaGam'nan Bounty Hunt Team)
:เป็นกลุ่มนักล่าค่าหัวเผ่าบังก้าประกอบด้วย บากัม'นันที่เป็นหัวหน้ากลุ่มและสมาชิกอีกสามคนคือ บวากิ,กิจูคและรีนอค มีเป้าหมายในค่าหัวของบัลเธียร์ที่สูงลิ่ว เคยพยายามทำทุกวิถีทางแล้วก็ยังไม่เคยเอาตัวบัลเธียร์ได้สักที ตอนนี้มีเป้าหมายในเงินรางวัลจากทัวร์นาเมนท์ของอิวาไลซ์ เรื่องนิสัยนั้นมีความป่าเถื่อนอยู่เต็มครบทุกคน

-----------------------------------------------

          เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับตอนที่5นี้หวังว่าคงจะสนุกและน่าสนใจเหมือนเดิมนะครับทุกๆท่าน
สำหรับวันนี้ก็อยากมาบอกเสียหน่อยว่าวันที่อัพนี้ตรงกับวันเกิดครบอายุ 16 ปีผมพอดีดังนั้นท้ายเอ้นทรี่ก็เลยจะเปิดรับFAQSของทุกท่านที่มีต่อผมเลยนะครับ
อยากรู้อะไรเกี่ยวกับนายเซฮานอร์ทคนนี้ก็เชิญถามมาได้เลยนะครับแล้วเดี๋ยวเอ็นทรี่หน้าผมจะตอบให้ทันทีเลย
วันนี้เวลาก็หมดหมดเวลาเสียแล้วเอาไว้ค่อยพบกันใหม่ในโอกาสหน้านะครับวันนี้ก็ขอตัวก่อนนะครับ สวัสดีครับ

Chap 03. http://xehanort.exteen.com/20080404/fic-kingdom-hearts-ivalice-alliance-chap-03

-----------------------------------------------

Kingdom Hearts : Ivalice Alliance

Chapter 04.Montblanc's Stories (เรื่องเล่าของมองบลังค์)

สถานที่แห่งหนึ่งในดินแดนอิวาไลซ์

"ไวเวิร์นรึ" หญิงคนหนึ่งถามเมื่อเห็นไวเวิร์นกลับมายังสถานที่นี้
"อารมณ์เสียมาเชียวนะ เอ?...หรืออารมณ์ดีกันแน่? เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ" เธอพูดต่อ
"นี่เธอไม่รู้จริงๆหรือแค่คิดจะมากวนฉันเล่นๆกันแน่" ไวเวิร์นตอบเธอ
"สองอย่างรวมกันแล้วหารครึ่งล่ะมั้ง" เธอตอบ
"ฮึ่ม!ถ้างั้นก็ช่วยกรุณาเลิกกวนฉันสักทีไม่งั้นล่ะก็ได้มีปัญหาแน่" ไวเวิร์นตอบแบบโมโห
"แหมๆๆ หยอกเล่นนิดเดียวทำโมโหไปได้ ... หัวหน้ารออยู่ข้างในแน่ะ" เธอชี้ไปที่ประตูบานหนึ่งซึ่งหลังประตูก็เป็นห้องของหัวหน้าของพวกเขาทั้งคู่
"ฝากไว้ก่อนเถอะ!" ไวเวิร์นพูดก่อนเดินเข้าไปหาหัวหน้า
"เอา.ล่ะ.....เราเองก็ไปบ้างดีกว่า" หญิงผู้นั้นพูดก่อนที่จะเดินออกไป


"ไวเวิร์น?" คนที่เป็นหัวหน้าพูด
"หัวหน้า" ไวเวิร์นตอบรับ ก่อนที่จะถามคำถาม
"ทำไมล่ะครับ?....ทำไมหัวหน้าถึง" ไวเวิร์นถามเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่เรือบิน
"เพราะเด็กคนนั้นจะมีประโยชน์ในภายภาคหน้าน่ะสิ" หัวหน้าตอบ
"ผมทราบดีครับว่าพลังของเจ้าเด็กนั่นเป็นสิ่งจำเป็น แต่ว่าหากเรายิ่งปล่อยไว้นานมันจะยิ่งแกร่งขึ้นนะครับและหากมันแกร่งเกินไปล่ะก็"
"เอาน่า" หัวหน้าพูดให้ไวเวิร์นหยุด
"ถ้ามันยากเกินไปจริงๆฉันจะจัดการเอง" หัวหน้าพูด
"ฉันมีเรื่องจะวานเธออีกอย่างนะไวเวิร์น" หัวหน้าถามไวเวิร์น
"อะไรหรือครับ?"
"ฉันอยากให้เธอไปตรวจสอบที่งานแข่งขันที่อิวาไลซ์จะจัดหน่อยนะ" หัวหน้าไหว้วาน
"รับทราบครับ" ไวเวิร์นพูดเสร็จก่อนที่จะเดินออกไป

"คีย์เบลดมาสเตอร์ จงแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่ข้าจะได้ทำให้ฝันเป็นจริง" หัวหน้าพูดอีกครั้ง

-----------------------------------------------

เมืองหลวงราบานัสเตอร์/ดัลมัสก้า

2สัปดาห์ก่อนการแข่งขัน

"ไฟราก้า!!!!!!" เสียงตะโกนของการใช้เวทย์มนต์ดังขึ้นเสียงนี้ช่างเป็นเสียงที่คุ้นหูยิ่งนัก
"แปะๆๆ" ชายเผ่ามูเกิ้ลด้านบนปรบมือให้กับเขา
"ไม่เลวเลยนะโดนัลด์" ชายเผ่ามูเกิ้ลบอกแก่เจ้าของเสียงร่ายเวทย์เมื่อกี้ โดนัลด์นั่นเอง
"ขอบคุณที่ชมนะหัวหน้ามองค์บลังค์" โดนัลด์พูดกับมูเกิ้ลผู้นั้นซึ่งมีนามว่ามองค์บลังค์นั่นเอง
"เอาล่ะๆแต่ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าแค่เวลาสั้นๆก็สามารถร่ายเวทย์ระดับสามได้แล้วกว่า 5 ชนิด" มองค์บลังค์กล่าวชม
"แหม...ก็ผมเป็นจอมเวทย์นี่นา" โดนัลด์ตอบพลางยืดอกภูมิใจ
"เอาเถอะวันนี้พอแค่นี้แล้วกัน นายไปพักผ่อนเถอะนะเหลืออีกตั้งสองสัปดาห์ค่อยๆฝึกไปก็ได้ไม่ต้องรีบนะ คุโป้!" เมื่อมองค์บลังค์กล่าวจบก็เดินกลับเข้าไปยังที่ทำการของแคลนทิ้งให้โดนัลด์ยืนอยู่ลำพัง

"นี่ก็ประมาณ 5 วันแล้วสินะที่เรามาติดที่นี่" โดนัลด์กล่าวขึ้นมาในใจ
"ในวันนั้น...."

โดนัลด์นั่งคิดถึงย้อนไปเมื่อ 5 วันก่อน

เขาได้ตกลงมาที่บริเวณทุ่งหญ้ากีซาร์ เป็นโชคดีของเขาที่ได้พบกับหัวหน้ามองค์บลังค์ และสมาชิกของแคลนเซนทริโอ
หัวหน้ามองค์บลังค์เห็นว่าเขานั้นเป็นคนที่น่าสนใจจึงขอให้ตัวของเขาเข้าร่วมกับเซนทริโอเพื่อเข้าแข่งขันทัวร์นาเมนท์อันยิ่งใหญ่แห่งอิวาไลซ์
แลกกับการที่แคลนเซนทริโอจะช่วยตามหาเพื่อนของเขาและ ยานพาหนะที่พวกเขานั่งมา
โดนัลด์ไม่รู้จะพูดอย่างไรดีเพราะเขาเล่าเรื่องที่เขามาจากอีกโลกหนึ่งทั้งๆที่เขาไม่คิดว่าจะมีใครเชื่อ
แต่ทุกคนในแคลนกลับเชื่อและยอมรับในตัวเขา แม้เขาจะไม่ได้มีรูปร่างเหมือนผู้คนที่นี่ก็ตาม

ตลอดประมาณ 3 วันที่ผ่านมาโดนัลด์ก็ได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับอิวาไลซ์มากมาย
เขาจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น
โดนัลด์นั้นศึกษาการใช้เวทย์ทั้งหมดที่มียังโลกอิวาไลซ์แห่งนี้ เพื่อตัวของเขาเอง
โดยมีมองค์บลังค์เป็นผู้ช่วยสอน
เพื่อตัวของเขาและการตามหาเพื่อนของเขาโดนัลด์จะต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ในขณะที่โดนัลด์กำลังคิดอะไรเพลินๆที่บริเวณสวนในที่ทำการแคลนก็มีเสียงดังขึ้น
เป็นเสียงฝีเท้าที่วิ่งมาอย่างเร็ว
ชายคนหนึ่งวิ่งออกมาจากที่ทำการแคลนเพื่อมาแจ้งข่าวกับโดนัลด์

"โดนัลด์......โดนัลด์.....โดนัลด์!!!!!!!" ชายคนนั้นวิ่งมาถึงยังโดนัลด์พอดี
"มะ...มีอะไรงั้นเหรอ?" โดนัลด์ถาม
"หัวหน้าให้มาแจ้งว่าตอนนี้เราเจอยานของนายแล้ว" ชายคนนั้นพูด
"จริงๆน่ะเหรอ" โดนัลด์พูดอีกครั้ง
"จริงสิ รีบไปพบหัวหน้ากันเถอะ" ชายคนนั้นพูดแล้วรีบพาโดนัลด์ไปหามองค์บลังค์ทันที

-----------------------------------------------

ณ เรืออากาศยานส่วนตัวของของแคลนเซนทริโอ/น่านฟ้าส่วนตะวันตกของราบานัสเตอร์-ทะเลทรายดัลมัสก้าสตะวันตก

"ถึงแล้วล่ะทะเลทรายดัลมัสก้าตะวันตก" มองค์บลังค์กล่าวถึงสถานที่ที่อยู่ใต้ของเรืออากาศยาน
"ทะ...ที่นี่เหรอเนี่ย" โดนัลด์ค่อนข้างตกใจทีเดียวกับสถานที่ที่อยู่เบื้องล่างเพราะพายุทะเลทรายนั้นพัดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงจนน่ากลัวจับใจ

"เอาล่ะพวกนายไปตามหาตามคลื่นที่จับได้นะยังไงเราก็ต้องหาให้พบ แล้วก็จัดการซ่อมแซมให้เรียบร้อยด้วยเข้าใจนะ ทุกคนไปได้!!!!!!"
ถึงแม้ภายนอกมองค์บลังค์จะดูตัวเล็กน่ารักตามลักษณะของมูเกิ้ล แต่ตอนที่เขาสั่งการกับสมาชิกนั้นเสียงหนักแน่นและเด็ดขาดมาก แสดงให้เห็นถึงความเป็นหัวหน้าสุดๆ

"นี่หัวหน้า" โดนัลด์เรียกมองค์บลังค์
"อะไร?"
"ทำไมหัวหน้าถึงได้ทำเพื่อผมขนาดนี้ล่ะ" โดนัลด์ถามมองค์บลังค์เพราะมองค์บลังค์ยอมช่วยเขาอย่างเต็มที่ขนาดนี้ทั้งๆที่จะยังเอาชนะในทัวร์นาเมนท์ได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย

มองค์บลังค์เงียบไปพักหนึ่งแล้วจึงให้โดนัลด์นั่งลง
"มีคำทำนายจากหนังสือเล่มหนึ่งเขียนเอาไว้"
"ว่าเมื่ออิวาไลซ์เกิดภัยพิบัติ"
"จะมีคนต่างถิ่นสามคนมาช่วยชาวอิวาไลซ์ให้พ้นวิกฤติ"
"และจากที่นายเล่ามา ที่บอกว่ามากับเพื่อนอีกสองคนและเรื่องที่นายมาจากต่างโลก มันก็ลงล็อกพอดี"
"นายคงจะสงสัยสินะว่าทำไมฉันถึงได้เชื่อเรื่องนี้อย่างสนิทใจ"

โดนัลด์พยักหน้าตอบมองค์บลังค์จึงเล่าเรื่องต่อทันที

"ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน"
"สมัยตั้งแต่ที่เซนทริโอยังเป็นแคลนโนเนมอยู่เลย"
"ฉันได้พบกับเขาเข้า"
"คนๆนั้นมีแววตาเหมือนกับนาย"
"เขาเป็นคนที่บอกว่าตัวเองมาจากโลกต่าง"

"เอ๋!คนที่มาจากโลกต่างเหรอ" โดนัลด์แปลกที่ได้ยินว่านอกจากเขายังมีคนที่มาจากโลกต่างก่อนหน้านี้ด้วย

"หมอนั่นชื่อแมซ" มองค์บลังค์พูดต่อ
"ตอนที่ฉันได้เจอกับเขาฉันรู้ได้ทันทีว่าสายตานั้นไม่ได้โกหก"
"ชื่อแคลนนี้ฉันกับเขาเป็นคนคิดขึ้นมาและฉันยกให้เขาเป็นหัวหน้าเสียด้วย"
"ในตอนนั้นก็เกิดเหตุร้ายขึ้นพวกเราเป็นคนที่หยุดยั้งความเลวร้ายนั้นเอาไว้ได้"
"แคลนของเราก็เริ่มโด่งดังขึ้น"
"แต่หลังจากที่การต่อสู้ตอนนั้นจบลงเขาก็ได้กลับไปยังโลกเดิมที่เขามา"
"ฉันเคยรอคอยการกลับมาของเขาไม่สิ....พวกเราเซนทริโอต่างรอคอยการกลับมาของเขา"
"แต่เขาก็ไม่มา"
"แต่พอเราได้พบกับนายพวกเราต่างดีใจมากที่มีคนจากโลกต่างมา"
"เพราะคนจากโลกต่างทำให้แคลนของเราโด่งดังขึ้น เพราะคนจากโลกต่างที่ช่วยอิวาไลซ์เอาไว้ดังนั้น"
"หากพวกเราเซนทริโอพบกับใครก็ตามที่มาจากโลกต่าง พวกเราจะต้องตอบแทนเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
"มันก็มีเท่านี้นั่นแหละนะ"
เมื่อมองค์บลังค์พูดเสร็จก็หันหน้าออกไปมองยังท้องฟ้า

โดนัลด์รู้สึกขอบคุณชายที่ชื่อแมซอย่างจับใจ เพราะชายคนนี้เขาจึงได้พบกับกัมมี่ชิพ
เพราะชายคนนี้เขาจึงได้มีโอกาสตามหาเพื่อนร่วมกับแคลนเซนทริโอ
โดนัลด์อยากเจอกับเขาอย่างจับใจ

"หัวหน้าครับเราพบกับยานพาหนะนั้นแล้วครับ" มีเสียงดังขึ้นจากอุปกร์สื่อสารส่งถึงมองค์บลังค์
"ดีมากทำการซ่อมแซมและเก็บชิ้นส่วนให้เรียบร้อยทั้งหมดแล้วรีบกลับมาล่ะ" มองค์บลังค์บอกแก่สมาชิก

"นี่โดนัลด์ตอนนี้เราพบยานของนายแล้วนะจะไปดูด้วยกันไหม" มองค์บลังค์ถามโดนัลด์
"อื้ม...ไปสิ" โดนัลด์รีบตอบตกลงทันทีแล้วทั้งคู่ก็ลงไปยังข้างล่างเพื่อดูยาน

"อืมน่าจะอยู่ตรง.....อ้า...ตรงนั้น" มองค์บลังค์ชี้ให้โดนัลด์ดูสถานที่ซึ่งถึงแม้จะเป็นเงาลางๆแต่ก็พอเห็น
ใช้แล้วนั่นไงยานกัมมี่ชิพของเขา

"เฮ้!ทุก....คน"
ภาพที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้านั้นช่างน่าตกใจยิ่งนักมองค์บลังค์พบว่าสมาชิกของเขาที่ลงเก็บกู้ยานเกือบทั้งหมดนอนสิ้นสติอยู่
"พวกนาย เฮ้!ทำใจดีๆไว้เกิดอะไรขึ้น" มองบลังค์รีบวิ่งเข้าไปหาสมาชิกคนหนึ่งที่โดนเล่นงาน
"หัว........หน้า.....ครับ.......ระ.....วัง.....ตัว....ด้วย......" ชายคนนั้นพูดก่อนจะหมดสติไป
"เฮ้!ลุกขึ้นมาสิพวกนาย เฮ้!" มองค์บลังค์เริ่มใจเสียมากขึ้นแล้วยิ่งลูกน้องเขาเป็นแบบนี้มันยิ่งทำให้เขารู้สึกโมโหมากยิ่งขึ้น

"ไม่ต้องห่วงหรอกเจ้าพวกนั้นยังไม่ตายหรอกนะ" เสียงนั้นดังขึ้นมาจากด้านหลัง
"กะ....แกเป็นใคร" มองค์บลังค์โมโหจัดและพูดจาอย่างฉุนเฉียวตอกไปทันที
"ต๊ายย!!! พูดจาหยาบคายแบบนั้นกับสุภาพสตรีได้ยังไงเนี่ย" เจ้าของเสียงปริศนาเดินออกมาเธอเป็นผู้หญิงเผ่าฮูมและใส่หน้ากากปิดบังหน้าตาไว้
"ฉันไม่สนว่าแกจะเป็นตัวอะไรหรือเพศไหน! แต่ไม่ว่าไอ้หน้าไหนที่มาทำให้ลูกน้องของฉันต้องเจ็บ มันจะต้องได้รับการตอบแทนคืนอย่างสาสม!" มองค์บลังค์พูดอีกครั้งตอนนี้เขาเลือดขึ้นหน้าแล้ว
"แหมใจร้อนจริงๆเลยนะคะท่านมองค์บลังค์ ท่านจำฉันไม่ได้จริงๆเหรอคะ?ท่านหัวหน้า?" เธอถอดหน้ากากออกเล่นเอามองค์บลังค์ถึงกับผงะเล้กน้อย

"นี่ เธอ ซาร่า....งั้นเหรอ?" มองค์บลังค์กล่าว
"ว้าย ดีใจจังที่หัวหน้าจำฉันได้" ซาร่าพูดกับมองค์บลังค์แล้วทำท่าดีใจ แต่ไม่ว่าจะทำท่าอะไรมองค์บลังค์ก็ไม่คล้อยตามด้วย
"ใครกันน่ะ?" โดนัลด์ถาม
"เธอเป็นอดีตสมาชิดแคลนเราน่ะสิ แต่ว่า....."
"เธอก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยหาเท่าไรก็ไม่เจอจาก -เหตุการณ์นั้น-" มองค์บลังค์กล่าวกับซาร่า
"แหมหัวหน้านี่น่านนับถือจัง้เลยนะคะจำได้แม่นเป๊ะเลย" เธอตอบกวนๆใส่มองค์บลังค์

"เอาเถอะๆๆ จะยังไงก็ช่างวันนี้ฉันไม่มีธุระกับหัวหน้าหรอกนะคะ แต่เป็นกับคนที่หัวหน้าพามาด้วยต่างหาก"
"มะ.....หมายความว่ายังไงเกี่ยวอะไรกับโดนัลด์" มองค์บลังค์ตะโกนถามไป
"ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดอะไรเท่าไหร่หรอกค่ะมันเป็นคำสั่ง......."
"จากองค์กรอันโนนของเรา" ซาร่าพูดตอบไป
"ว่าไงนะ อันโนนเหรอ หรือว่า....?" มองค์บลังค์พยายามจะพูดต่อแต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรนั้นซาร่าก็ได้ขัดเอาไว้
"ไม่จำเป็นต้องพูดมากกว่านี้แล้ว จัดการพวกมันสองคนซะเจ้าเผ่ามูเกิ้ลนั่ให้ฆ่าทิ้งซะ ส่วนอีกคนนึงให้จับเป็น!"
เมื่อสิ้นเสียงของซาร่าเหล่าลูกน้องของเธอก็ได้ออกมาพร้อมกันแล้วเตรียมจัดการกับโดนัลด์และมองค์บลังค์
"เอาไงดีล่ะ หัวหน้า?" โดนัลด์ถาม
"เฮอะ ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้นะกลับเป็นเดี๋ยวฉันเล่าเรื่องให้ฟังเพิ่มแล้วกันนะ ตอนนี้นายก็ช่วยแสดงการฝึกให้ฉันดูหน่อยแล้วกัน"

"ย้าาาากกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!" ว่าแล้วทั้งสองก็เข้าต่อสู้กับกองกำลังศัตรูที่ขนกันมากว่าครึ่งร้อย

-----------------------------------------------

อีกด้านหนึ่ง ณ เรืออากาศยานของเซนทริโอ

"พวกแกเป็นใครคิดจะบุกรุกยานของเซนทริโอของเราหรือไง" เหล่าแคลนเซนทริโอที่เฝ้ายานถามแก่ผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญทั้งสอง
"เดี๋ยวสิ เราไม่ใช่คนน่าสงสัยซะหน่อนเราแค่มาหาหัวหน้ามองค์บลังค์เท่านั้น" ชายผู้ต้องสงสัยตอบ
"แล้วพวกแกเป็นใคร" สมาชิกแคลนถาม
"พวกเราน่ะเหรอ?"
"ฉันก็ชื่อ -วาน- ยังไงล่ะไอ้กร๊วกเอ๊ย!แล้วนี่ก็ -เพนเนโล่-! เอาล่ะถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็รีบพาพวกฉันไปพบหัวหน้ามองค์บลังค์เร็วๆเข้าเซ่!!!!!!!!"

(ผู้ช่วยที่แข็งแกร่งมาแล้ว!!!!)

จบ Chapter 4

(ตอนหน้ากับการต่อสู้ครั้งแรกในโลกนี้ของโดนัลด์และบทสรุปของบทเปิดที่สอง)

-----------------------------------------------

สวัสดีครับเซฮานอร์ทครับวันที่ผมอัพนี่ก็เป้นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์นะครับ ก็ไม่อยากพูดอะไรมากนะครับเพราะผมเองก็ไม่ใช่คนที่ออกไปเล่นซะด้วยอุดอู้อยู่แต่บ้านตลอดเลย
ก็สำหรับฟิคในตอนนี้ก้ตอนที่ 4 กันแล้วก็หวังว่าจะยังคงถูกใจนะครับ ในตอนนี้และตอนหน้าก็เป้นบทของโดนัลด์ และอีกสองบทก็จะเป็นของกู๊ฟฟี่ และตอนสุดท้ายของบทเปิดก็จะมีผู้ที่แข็งแกร่งจากKHมาปรากฎตัวเพิ่มด้วยก็รอดูนะครับว่าจะเป้นใคร
สำหรัยวันนี้เวลาก็หมดหมดเวลาเสียแล้วเอาไว้พบกันใหม่ในโอกาสหน้านะครับวันนี้ สวัสดีครับ

edit @ 15 Apr 2008 15:21:11 by Xehanort

Chap.02 http://xehanort.exteen.com/20080227/fic-kingdom-hearts-ivalice-alliance-chap-02

-------------------------------------

Kingdom Hearts : Ivalice Alliance

Chapter 03.The Biggest Tournament of Ivalice (ทัวร์นาเม้นท์อันยิ่งใหญ่แห่งอิวาไลซ์)

เมืองหลวงอาร์เคดิส จักรวรรดิ อาร์เคเดีย

"ในที่สุดก็มาถึงซักทีนะเนี่ย" อัลซิดพูดขึ้นเพราะการเดินทางถึงที่หมายแล้ว
"นี่อัล" โซระเรียกอัลซิด
"อะไร?" อัลซิดหันกลับไปติบ
"เมื่อไรนายจะอธิบายเรื่องนั้นซักทีล่ะ" โซระถามสิ่งที่เขาสงสัย
"เรื่องอะไร" อัลซิดแสร้งทำไม่รู้เรื่อง
"ก็เรื่องของอันโนนไงล่ะ แล้วไหนจะเรื่องที่นายสัญญาว่าจะบอกฉันเมื่อถึงที่นี่น่ะ" โซระซักไซร้ทันที
"โธ่ ใจเย็นๆสิอันดับแรกเราต้องไปหาเพื่อนของฉันก่อน" อัลซิดพยายามเบี่ยงประเด็น
"ใครกันล่ะ?" โซระถามเพราะอยากจะรู้เรื่องราวต่างๆเร็วๆ
"เป็นคนสำคัญของที่นี่น่ะ ฉันนัดเจอกับเขาตอนที่บาร์เล็กๆแห่งหนึ่งในเมืองน่ะ" อัลซิดบอก
"ทำไมล่ะ?" โซระถาม
"เพราะว่าฉันไม่อยากให้มันเอิกเกริกเกินไปน่ะ มันไม่ค่อยใช่สไตล์ฉันเลย"

-------------------------------------

เขตสลัม

"ไม่น่าเชื่อว่าเมืองใหญ่ขนาดนี้ยังจะมีสลัมด้วย" โซระแปลกใจมากเพราะที่นี่มันผิดกับสถานที่ที่เข้ามาตอนแรกลิบลับราวกับคนละเมือง
"ฮึ ก็นะน่าแปลกดีใช่ไหมล่ะ ไม่ใช่แค่ที่นี่นะ เป็นกันทุกเมืองหลวงนั่นแหละ ไม่ว่าจะดัลมัสก้า อาร์เคเดีย หรือ โรซาร์เรีย"
"ทั้งๆที่เมืองหลวงออกจะเจริญขนาดนี้ทำไมถึงยังมีสถานที่ๆสกปรกอย่างนี้ก็ไม่รู้" อัลซิดบอก
"จะบอกว่าคนที่ปกครองไม่ดีงั้นเหรอ" โซระกล่าว
"ก็ไม่รู้สินะ ทั้งๆที่พัฒนาได้ขนาดนี้แล้วแท้ๆแต่ทำไมถึงยังไม่สามารถเข้าถึงที่แบบนี้ได้สักทีฉันเองก็ยังสงสัยเลย" อัลซิดบอกแก่โซระอีกครั้ง
"งั้นเหรอ...."
"อ๊ะ ถึงพอดีเลย" อัลซิดบอกและหยุด ที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง

มันเป็นร้านที่ซอมซ่อมากพอตัว พอเข้าไปข้างพบว่ามีโต๊ะแค่ 2-3 ตัว กับเคาท์เตอร์แค่นั้น และที่โต๊ะตัวหนึ่งมีเด็กชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่
โซระพลางคิดในใจว่ายังเด็กอยู่แท้ๆแต่กลับเข้ามาที่นี่เสียแล้ว แต่กระนั้นเขาก็คงพูดมากไม่ได้เพราะอายุของเขาเองก็ไม่เหมาะสำหรับที่อย่างนี้เหมือนกันสักเท่าไร
แต่พอโซระสังเกตอีกครั้งเขาพบว่าชุดของเด็กหนุ่มอยู่ในสภาพดีกว่าสภาพของที่นี่ ทำให้โซระคิดได้ว่าเขาไม่ใช่คนของที่นี่แน่
"อัล แล้วไหนล่ะเพื่อนของนาย?" โซระถามด้วยความสงสัยและเบือนหน้าออกจากเด็กหนุ่มที่เขามองเมื่อสักครู่

"นั่งอยู่ที่โต๊ะน่ะ" อัลซิดบอก
"ฮ๊ะ?" โซระสงสัยแล้วหันไปดูพบว่ามีเพียงเด็กหนุ่มที่เขามองเมื่อสักครู่เท่านั้นที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ
"คนๆนั้นน่ะเหรอ" โซระชี้ไปที่เด็กหนุ่มคนนั้น
"ใช่คนนั้นนั่นแหละ" อัลซิดบอกอีกครั้งและทั้งสองก็ไปนั่งที่โต๊ะตัวเดียวกับเด็กหนุ่มคนนั้น
"มาช้าจังนะ อัลซิด" เด็กหนุ่มกล่าว
"โทษทีนะบังเอิญไปตรวจสอบอะไรนิดหน่อย" อัลซิดกล่าวขอโทษขอโพย
"ส่วนนายก็คือ..." เด็กหนุ่มคนนั้นหันมาทางโซระ
"อ่ะ...เออ นี่จะแนะนำนี่ โซระนะเป็นคนที่บอกไปในจดหมายไง" อัลซิดแนะนำโซระแก่เด็กหนุ่ม
"ยินดีที่ได้รู้จักนะ เอ่อ...คุณ...." โซระพลางยื่นมือและจะกล่าวชื่อ
"อ๊ะ ขอโทษทีนะฉัน ลาร์ซ่า ยินดีที่ได้รู้จักนะโซระ" ลาร์ซ่ายื่นมาจับมือโซระ
"สวัสดีนะ....ลาร์ซ่า" โซระกล่าวอีกครั้งก่อนปล่อยมือ

"เอาล่ะเข้าประเด็นเลยดีกว่านะ" ลาร์ซ่ากล่าวขึ้น
"งั้นจะเริ่มจากองค์กรอันโนนก่อนแล้วกัน" อัลซิดพูดทำเอาลาร์ซ่าตกใจเล็กน้อย
"ไม่รู้จะเรียกว่าข่าวดีหรือข่าวร้ายนะเพราะพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวกันแล้ว" อัลซิดพูดต่อ
"ต้องบอกข่าวดีสิ ตามตัวตั้งนานในที่สุดก็เจอจนได้" ลาร์ซ่ากล่าวอย่างดีใจ
"และมีข่าวน่าเซอร์ไพรส์อีกอย่างคือพวกมันมีกำลังพลที่เป็นเผ่าดราโกด้วย" อัลซิดบอกต่ออีกครั้ง
"อะไรนะ ไม่อยากจะเชื่อ" ลาร์ซ่ากล่าวพลางหงุดหงิดเล้กน้อย

"นี่..." โซระพูดขึ้น
"เมื่อไรพวกนายจะอธิบายเรื่ององค์กรนี้ให้ฉันสักทีล่ะ" โซระกล่าวอย่างหงุดหงิดเพราะทั้งสองคนสนทนาเรื่องที่เขาไม่เข้าใจสักอย่าง
"อ๊ะโทษทีนะ" อัลซิดกล่าวขอโทษ
"งั้นตั้งใจฟังนะฉันไม่ชอบอธิบายซ้ำ" โซระพยักหน้าพร้อมฟังเต็มที่

"องค์กรอันโนนน่ะเป็นองค์กรปริศนา"
"แต่ว่า"
"พวกมันนี่ไร้ตัวตนสมชื่อ"
"เพราะมีการเคลื่อนไหวที่นานๆจะมีสักที"
"และไม่ค่อยสำคัญเท่าไร"
"เอาเป็นว่าคนที่ติดตามความเป็นไปของพวกมันน่ะน้อยมาก"
"หลายๆคนอาจจะถึงไม่รู้จักพวกมันด้วยซ้ำ"
"แต่ว่านะฉันกับลาร์ซ่าลองเฝ้าดูพฤติกรรมของพวกมัน"
"พบว่าสิ่งที่มันทำแต่ละอย่างน่ะ จะไปมีประโยชน์ระยะยาวทุกอย่าง"
"อย่างการขโมยหินพลังเวทย์ หรือ การขโมยเครื่องรางสัตว์อสูรทุกอย่างยังใช้ไม่ได้ทันทีแต่สามารถนำไปใช้ในภายหลังได้แถมยังมีพลังพอที่จะทำลายอิวาไลซ์นี่ทิ้งอีกด้วย"
"ดังนั้นพวกเราจึงต้องการที่จะหยุดมันยังไงล่ะ"
อัลซิดเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่โซระจะกล่าวขึ้น

"แต่ว่าพวกนายแค่สองคนจะทำอะไรได้ล่ะ?"
"ใช่แค่พวกเราคงทำไม่ได้จนเมื่อไม่นานมานี้ที่นายมาถึงยังที่อิวาไลซ์นี้ไงล่ะ" อัลซิดบอกแก่โซระ
"ฉันน่ะเหรอ"
"ใช่ มีบันทึกเล่มนี้กล่าวไว้ว่าเมื่ออิวาไลซ์ เข้าสู่ภัยพิบัติครั้งใหญ่ จะมีผู้กล้า 3 คนมายังที่แห่งนี้เพื่อช่วยเหลือโลกนี้ให้พ้นภัย" ลาร์ซ่ากล่าวบ้าง
"ใช่และหนึ่งในนั้นเราคาดว่าเป็นนาย" อัลซิดพูดขึ้น
"ส่วนอีกสองคนที่เหลือนายบอกว่ามาพร้อมกับเพื่อนอีกสองคนนั่นก็ลงล็อกพอดี"
"ว่านายคือคนที่บันทึกเล่มนั้นเขียนไว้"

"งั้นเหรอ..." โซระพูดเสียงฟังดูอ้อยอิ่ง
"ยังไงก็คงต้องขอยืมพลังของนายและพวกพ้องล่ะนะ คีย์เบลด มาสเตอร์" ลาร์ซ่ากล่าว
"งั้นเหรอ โอเคฉันตกลง แต่พวกนายต้องสัญญาว่าจะหาเพื่อนฉันให้เร็วที่สุดนะ" โซระตอบตกลงช่วยเหลือตามสไตล์ของเขา

"เอาล่ะถ้างั้นมาเข้าเรื่องที่สองเลยดีกว่า" อัลซิดจบการสนทนาหัวข้อแรกแล้วเริ่มหัวข้อใหม่ทันที
"เป็นเรื่องของ ทัวร์นาเมนท์นั้นไงล่ะ" อัลซิดกล่าวแก่ลาร์ซ่า
"งั้นเหรอ มีจริงๆด้วยสินะ" ลาร์ซ่ากล่าว
"มันคืออะไรเหรอ?" โซระถาม
"เจ้าทัวร์นาเมนท์นี้น่ะเหรอ?" โซระพยักหนาตอบอัลซิด
"งั้นฉันจะอธิบายเลยนะ"

"เท่าที่ได้ฟังข่าวมามันเป็นทัวร์นาเมนท์ที่ยิ่งใหญ่ที่ทางสมาพันธ์จัดขึ้น"
"โดยแต่ละทีมจะมีสมาชิกได้ไม่เกิน 5 คน"
"บางแคลนอาจยกมาเป็นกองทัพเลยก็ได้"
"ทีมที่เข้าแข่งขันจะต้องทำตามที่ทางสมาพันธ์กำหนดในแต่ละรอบ"
"งานนี้จำกัดทีมให้เข้าร่วมได้แค่ 100 ทีมเท่านั้น"
"จุดสตาร์ทอยู่ที่ดัลมัสก้า"
"ทีมที่ชนะจะได้รับเงินรางวัลมหาศาล"
"แต่ว่างานนี้ไม่รับรองความปลอดภัยระหว่างการแข่งขัน"

อัลซิดกล่าวจบโซระเลยรีบถามอัลซิด "แล้วอย่างนี้มันจะสมัครทันเหรอ?" โซระรีบถามเพราะเขาไม่เห็นว่าอัลซิดจะไปสมัครตอนไหนเลย
"ไม่ต้องห่วงน่า เรื่องนั้นฉันให้เพื่อนฉันเป็นธุระให้แล้วล่ะ" อัลลซิดตอบแก่โซระให้สบายใจขึ้น
"งั้นเหรอ....หวังว่าถ้าลงแข่งที่งานนี้จะได้เจอเพื่อนของฉันนะ"
"ไม่ต้องหรอกโซระงานนี้สนามแข่งคืออิวาไลซ์ เราได้ไปกันหมดแน่ขึ้นเหนือลงใต้" อัลซิดกล่าวกวนๆ

"แล้วจะเริ่มเมื่อไรล่ะ" ลาร์ซ่าถาม
"อีกประมาณ 2สัปดาห์การแข่งขันรอบแรกที่ราบานัสเตอร์จะเริ่มแต่ขอบอกไว้อีกอย่างนึงนะว่าไม่มีใครที่รู้กติกาการแข่งขันมาก่อน" อัลซิดตอบลาร์ซ่าอีกครั้ง
"แค่นั้นเวลาถมถืดถ้ายังไงพวกเราก็ไปเตรียมตัวเถอะนะ" ลาร์ซ่าบอกแก่ โซระ และ อัลซิด ทั้งสองก็ขานรับพร้อมกัน

"โดนัลด์ กู๊ฟฟี่ รอฉันหน่อยนะ" โซระคิดในใจอีกไม่นานเขาก็คงจะได้เจอทั้งสองแล้วกระมัง
"ใน ระหว่างนี้ที่ทั้งคู่ไม่อยู่ ฉันจะต้องแกร่งจนพวกนั้นตะลึงให้ได้เลย" โซระบอกแก่ตัวเองอีกครั้ง
ก่อนจะเดินตามเพื่อนใหม่ทั้งสองของเขาออกไปยังร้านเหล้า และเขตสลัมเพื่อเตรียมตัวกับทัวร์นาเมนท์ของอิวาไลซ์ที่กำลังจะเริ่มขึ้น

-------------------------------------

"ทะ...ที่นี่มัน?ที่ไหนกัน"

(ใครกันคือเจ้าของเสียงนี้?)

จบ Chapter 3
(ตอนหน้า พบกับบทเปิดที่สองแห่งโลกอิวาไลซ์ ใครจะเป็นตัวเอกคนต่อไปของบทเปิดที่สอง)

-------------------------------------

ช่วงแนะนำตัวละครใน Kingdom Hearts : Ivalice Alliance เพราะพวกเขาเหล่านี้จะมีบทบาทในบทถัดไป

มองค์บลังค์ (Montblanc) เผ่า :มูเกิ้ล อาชีพ :นักเวทย์ดำ
:หัวหน้าแคลนเซนทริโอ หนึ่งในแคลนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอิวาไลซ์ หลายปีก่อนเคบพบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อแมซ และได้ร่วมกันก่อตั้งแคลนนี้ขึ้นมา เป็นคนที่ใจเย็นฉลาดสุขุมรอบคอบ ตอนภัยพิบัติของอิวาไลซ์ครั้งก่อนไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมอะไรกับ กลุ่มของอาเช่มาก แต่ในครั้งนี้เขาจะได้ต่อสู้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

วาน (Wann) เผ่า :ฮูม อาชีพ :สลัดอากาศ
:ปัจจุบันเป็นสลัดอากาศซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของตัวเขามาตั้งแต่เด็กๆเมื่อราวๆ 1 ปีก่อนเป็นหนึ่งในกลุ่มนักสู้ที่รวมตัวกับอาเช่ช่วยเหลืออิวาไลซ์เอาไว้ เป็นคนที่มีความสามารถในการต่อสู้สูง รักอิสระและไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิต เคยทำงานให้กับมองค์บลังค์มาก่อนพักหนึ่ง ก่อนจะแยกตัวออกไป

เพนเนโล่(Penelo) เผ่า :ฮูม อาชีพ:จอมเวทย์ขาว
:ปัจจุบันเป็นพาร์ทเนอร์ให้กับวานและไปกับวานในทุกๆที่ มีอายุมากกว่าวานนิดหน่อย หลงใหลในตัววาน และไม่ค่อยชอบที่จะให้วานไปทำเรื่องอะไรที่เสี่ยงๆ เป็นหนึ่งในผู้กล้าที่ร่วมมือกับอาเช่เมื่อปีก่อนพร้อมกับวาน เป็นคนที่มีนิสัยใจเย็นและรักความสงบไม่ค่อยชอบการต่อสู้นักแต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องสู้เธอก็ทำได้อย่างดี

-------------------------------------

สวัดีครับเซฮานอร์ทครับพักนี้หายหน้าไปเลยเพราะว่าเราท์เตอร์อินเตอร์เน็ตที่บ้านอย่างที่บอกว่ามันเสียครับวันนี้มีโอกาสมาอัพได้ก็มาอัพครับขออภัยในความล่าช้าด้วยนะครับสำหรับฟิคในช่วงตอนก่อนๆ
แต่ทว่าในตอนนี้ผมเองก็ปิดเทอมแล้วถ้าเป็นไปได้ก็จะแต่งให้ได้อย่างน้อย 7 ตอนภายในปิดเทอมนี้นะครับ ซึ่ง7ตอนนี่ก็คือบทเปิดทั้งสามพอดีครับ
แล้วพอจบบทเปิดทั้งสามแล้วก็คงจะต้องหยุดยาวอีกสักระยะนะครับเพราะตอนนี้มีอีกหลายโปรเจ็คท์มากเลยครับที่จะนำมาลงในบล็อกก็ขอให้ติดตามกันนะครับ
สำหรับวันนี้เวลาหมดหมดเวลาแล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้านะครับวันนี้สวัสดีครับ

edit @ 15 Apr 2008 15:17:39 by Xehanort

Chap.01 http://xehanort.exteen.com/20080101/fic-kingdom-hearts-ivalice-alliance-chap-01

-----------------------------------------------

Kingdom Hearts : Ivalice Alliance

Chapter 02.Who's on The Ship (ผู้ลอบขึ้นเรือ)

เรืออากาศยานลำหนึ่ง

 ในที่สุดโซระก็ลอบข้นเรือได้สำเร็จเขามาเพิ่อตามหาอัลและเพื่อสอบถามข้อมูลของโลกใบนี้ แต่ว่าการตามหัวตัวเขานั้นไม่ง่าย เพราะเรือนี้มันกว้างอย่างกับอะไรดีเล่นเอาโซระหลงทางกันเลยทีเดียว

ความไม่ท้อถอย หรือจะเรียกว่าความดื้อดึงของโซระกันดีนะ เขาเดินทางมันให้ว่อนไปหมดทุกซอกทุกมุมของตัวเรือ อัล อยู่ที่ไหน?

โซระบ่นไปกับตัวเอง เจ้าหมอนี่มันเป็นจรวดหรือไงอยู่ไหนกันแน่ หรือว่าเขาตาถั่วเองกันแน่ หรือว่าหมอนี่จะเป็นวิญญาณที่หาให้ตายก็ยังไม่เจอ หรือจะเพราะเรือลำนี้มันใหญ่เอง โซระบ่นไปหาไป

และก่อนที่เขาจะฆ่าตัวตายเพราะหาไม่เจอ สวรรค์เข้าข้างเขาแล้วนั่นไงอัล

อัลซิด นั่งอยู่ตรงบริเวณดาดฟ้าเรือเขาดูเหมือนจะครุ่นคิดอะไรอยู่สักอย่าง หมอนี่คิดอะไรอยู่นะ โซระถามตัวเองก่อนจะตัดสินใจรวบรวมความกล้าและเข้าไปถามแบบหน้าด้านๆ

"เอ่อ...." โซระพยายามทักให้อัลรู้สึกตัว
"หือ? อ๊ะนาย?" อัลซิดหันมามองโซระ เขาดูแปลกใจเล้กน้อยที่พบเด็กหนุ่มคนนี้มาอยู่บนนี้ก่อนจะตอกกลับไปอย่างทันควัน
"นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเรือบินลำนี้ตั๋วแพงจะตาย" อัลซิดถามแต่ยังไม่ทันที่โซระจะตอบเขาก็พูด
"ลอบขึ้นเรือสินะกะแล้ว" พูดได้ถูกเผงโซระเพิ่งจะลอบขึ้นมาได้ไม่นานสดๆร้อนๆเลย
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อที่จะฟังคุณแซวนะ อัล" โซระตอบจริงจัง เล่นเอาอัลซิดอึ้งไปแป๊ปนึงเลยทีเดียว
"หึ!....ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้นะนายอยากจะรู้อะไรล่ะฉันจะเล่าให้หมดเลยก็ได้ ถือซะว่าเป็นรางวัลที่นายลอบขึ้นเรือได้สำเร็จไงล่ะ" อัลซิดบอกแก่โซระ ว่าแล้วโซระจึงได้เริ่มถามคำถามทันที

"ที่ผมอยากรู้อย่างแรกเลยคือ...ที่นี่มันที่ไหนกันแน่" โซระถามทันที
"..... งั้นเหรอถ้านายถามอย่างนี้เรื่อง  ที่ว่านั่น  คงจะจริงสินะ" อัลซิดพูดอย่างน่าฉงนจนโซระสงสัยว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร แต่ก่อนที่จะถามถึงมันอัลซิดก็ตอบทันที

"ที่นี่น่ะคือดินแดนที่เรียกว่า อิวาไลซ์"
"ที่โลกอิวาไลซ์นี้มีเผ่าพันธุ์มากมายดำรงและอาศัยอยู่"
"พวกเราใช้พลังของคริสตัลในชีวิตประจำวัน"
"ที่โลกนี้น่ะมีมอนสเตอร์มากมายพอดูเชียวล่ะ"
"เฮ้อ โทษทีนะฉันอธิบายไม่เก่งเอาเป็นว่าที่อิวาไลซ์นี้น่ะไม่หมูหรอกนะที่จะใช้ชีวิตอยู่" อัลซิดกล่าว
"งั้นหรือ ขอบคุณนะครับ" โซระกล่าว
"อืม...ไม่เป็นไร แต่ได้ยินมาว่านายกำลังตามหาเพื่อนอยู่ใช่ไหม?"
"อ๊ะ!ครับเพื่อนของผมอีกสองคน" โซระบอก
"งั้นเอางี้ถ้านายมาร่วมเดินทางกับฉัน ฉันจะช่วยนายตามหาเพื่อนเอาไหม?"
"ขะ...ขอบคุณครับ" โซระดีใจมากในที่สุดเขาก็มีหนทางในการตามหาตัวของเพื่อนได้แล้ว
"เฮ้ย ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้เรียกฉันว่า อัล เฉยๆ เถอะนะโซระ" อัลซิดว่า
"อะ...อื้ม เข้าใจแล้วล่ะ อัล" โซระทำตามที่อัลซิดบอกเพราะดูเหมือนว่าการทำตัวสุภาพจัดสำหรับเขามันยากได้ที่เลย
"งั้นระหว่างนี้เดี๋ยวฉันจะอธิบายเกี่ยวกับอาณาจักรนี้สักหน่อยแล้วกัน"

-----------------------------------

"นี่...ว่าแต่เราจะมุ่งไปไหนหรือ?" โซระถาม
"เมืองหลวงของอาร์เดเดียน่ะ"
"ไปทำไมงั้นเหรอ" โซระถามอีก
"ไปหาเพื่อนฉันน่ะสิ เพื่อบอกเรื่องนั้น"
"เรื่องนั้นงั้นเหรอ มันอะไรงั้นเหรออัล?"
"เอาไว้ไปถึงที่ไหนค่อยว่ากันแล้วกันเพราะฉันยังไม่ค่อยชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์น่ะนะ"
"ง....งั้นเหรอ" โซระได้แต่สงสัยว่าเรื่องนั้นที่อัลว่ามันคืออะไรกันแน่
"เอ่อ..เดี๋ยวมานะแป๊ปนึง" อัลซิดบอกขอตัว
"อืม"

-----------------------------------

อีกด้านหนึ่งของเรือเหาะ

"เจ้าเด็กนั่นไม่ผิดแน่นะ"
"แน่นอนครับนายท่าน"
"ไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าเด็กนี่จะมีพลังที่โลกนี้ไม่มี"
"เอาเถอะ คนเราดูที่เปลือกนอกไม่ได้จริงๆ"
"ถ้างั้นพวกนายจงไปจับเจ้าเด็กนั่นเสีย แล้วนำพลังที่โลกนี้ไม่มีมาให้ได้"
"รับทราบ"

-----------------------------------

โซระกำลังนั่งคิดอยู่คนเดียว
เขาคิดว่าทำไมเหตุการณ์แบบนี้ถึงได้เกิดขึ้นมาได้นะ
ทั้งๆที่วันนี้เขาแค่คิดว่าจะมาเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนทั้งสองแค่นั้น
แต่เขากลับเจอเรื่องที่ยุ่งยากเข้าให้เสียแล้ว
ทุกๆครั้งที่เขาสู้ไม่ได้ เขาก็จะมีเพื่อนคอยช่วยตลอด
เขาชนะทุกคราได้เพราะมีเพื่อนพ้อง
เขาไม่เคยต้องสู้ตามลำพัง
แต่ครั้งนี้ทำถ้าว่าจะไม่ง่ายเสียแล้ว
เขา คิดถึง โดนัลด์ และ กู๊ฟฟี่ ไม่รู้ว่าทั้งคู่จะเป็นตายร้ายดียังไง
เขาคิดว่าถ้าเขาไม่เสนอหัวข้อในการหาดินแดนใหม่เสียก็ดี
โซระกำลังโทษตัวเองอย่างหนัก
เขาไม่เคยรู้สึกผิดเท่านี้มาก่อน
ถ้าเขาเจอโดนัลด์ กับ กู๊ฟฟี่ เขาคิดว่าควรจะต้องขอโทษอย่างมาก
ในสถานการณ์อย่างนี้ถ้าเป็น ริคุ หรือ ไคริ จะทำยังไงนะ

.
..
...
..
.

"ตูม!!!!"

เกิดเหตุระเบิดดังสนั่นที่เรือ

"มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ?" โซระสงสัยก่อนจะวิ่งไปดู ซึ่งสวนทางกับคนอื่นๆที่วิ่งหนีกันหมด
"อ๊ะ!" โซระอุทานภาพที่เห็นเบื้องหน้าของเขาคือมังกรขนาดย่อมๆซักสามตัวเห็นจะได้

พวกมันมองมาที่เขา (แย่แล้วๆๆๆ) โซระคิดเขาจะสู้กับพวกมันยังไงดี
"ชิ้ง" โซระไม่คิดมากเขารีบคว้าคีย์เบลดคู่ใจ คิงด้อม คีย์ ของเขาออกมาทันที
"ย้ากกกก!!!!" โซระกระโจนเข้าหาฝูงศัตรู

"ขวับ!!! เปรี้ยง!!!" โซระจู่โจมเข้าใส่มังกรหนึ่งตัวแบบเต็มกำลังแต่ว่ามันก็รับการโจมตีของเขาได้
"ฉัวะ!!! ปั้ง!!!" มังกรตะปปใส่โซระจนเขามีบาดแผลใหญ่มากที่ต้นแขน
"อ๊ากกกก" โซระร้องออกมาด้วยความเจ็บปปวด นี่เหรอการต่อสู้ของโลกใบนี้
"ฟ้าว!!!!" มังกรทั้งสามพุ่งเข้ามาใส่ตัวเขาแต่แทนที่โซระจะหนีเขากลับยืนขึ้นและพร้อมรับการโจมตี

("ฉันไม่ยอมแพ้หรอก ฉันเป็นผู้ที่เอาชนะศัตรูที่เก่งกาจอย่างเซฮานอร์ทมาได้แล้ว ฉันผ่านการต่อสู้มาตั้งมากมาย")
"กับแค่นี้น่ะ!!!! ฉันไม่มีวันแพ้หรอกกกกกก!!!!!!!!!"
"ย้ากกกก!!!!!!!!!!"
"ออกมาสิ โอบลิเวี่ยน!!!!!! โอธคีปเปอร์!!!!!!!"
"วิ้ง!!!!!"
สิ่งที่ปรากฎอยู่ในมือขวาของโซระคือคีย์เบลดสีดำ และ สิ่งที่ปรากฎที่มือซ้ายคือคีย์เบลดสีขาว
มันคือคีย์เบลดที่แกร่งที่สุดเมื่อมันอยู่ร่วมกัน
"ขอยืมพลังหน่อยนะ โนบอดี้ของฉัน" "ฟุ่บ!" "เปรี้ยง!"

โซระพุ่งกระโจนเข้าหามังกรตัวหนึ่งและสามารถจัดการมันได้ในพริบตา
"เหลือสองสินะ" โซระหันหน้ามายังมังกรที่เหลืออีกสองพวกตัว มันดูหวาดกลัวเล้กน้อยในพลังของผู้ที่อยู่เบื้องหน้าพวกมัน

"เฮ้!" อัลซิดวิ่งออกมาจากในตัวเรือและถือดาบมาด้วย
"ไปไหนมาน่ะอัล รอซะแทบเงกแน่ะ?" โซระถามกวนๆ
"โทษที บังเอิญลืมดาบไว้ในห้องน่ะเลยมาช้านิดหน่อย" อัลซิดกล่าว แต่พอเขาหันไปแล้วพบกับมังกรที่นอนแน่นิ่งที่พื้นหนึ่งตัวเขาก็บอกโซระว่า
"ไม่เลวนี่พวก" อัลซิดกล่าว
"ขอบคุณที่ชม" โซระกล่าวตอบและรู้สึกภูมิใจเล็กๆ
"เอาล่ะถ้างั้นมาตื้บไอ้สองตัวนี่ทิ้งกันเถอะ" อัลซิดพูด
"เข้าใจแล้ว" "ฟ้าววววว!!!!!" ทั้งสองพุ่งทะยานเข้าใส่มังกรที่เหลืออีกสองตัว

---------------------------------------------------------


"เฮ้อ!จบซะที" อัลซิดบ่น ภาพที่ปรากฎคือทั้งสองสามารถจัดการมังกรที่เหลือได้อย่างง่ายดาย
"นายนี่เจ๋งไปเลยนะโซระ" อัลซิดชม
"ว่าแต่ว่าไอ้ที่อยู่ในมือนายนี่มันอะไรเหรอ" อัลซิดสงสัยสิ่งที่อยู่ในมือของโซระ
"มันเรียกว่า คีย์เบลด น่ะเป็นสิ่งที่มีแค่คีย์เบลดมาสเตอร์อย่างฉันเท่านั้นที่ใช้มันได้" โซระตอบพลางยืดนิดหน่อย
"งั้นเหรอน่าสนแฮะไอ้เจ้านี่" อัลซิดพูดแนวๆอิจฉาเล็กน้อย

"คีย์เบลดงั้นเหรอ? อย่างนี้นี่เอง" เสียงดังขึ้นมาจากด้านหลัง
"ใครน่ะ?" โซระกับอัลซิดพูดและหันไปด้านหลังพร้อมกัน
เจ้าของเสียงปริศนาเป้นชายหนุ่มในเสื้อคลุมทั้งตัว
"ฉันชักสนใจมันตะหงิดๆเสียแล้ว ขอมันให้กับพวกเราเถอะนะ" "พรึ่บ!"
ชายหนุ่มโยนเสื้อคลุมที่ใส่มาทิ้ง

"หะ...นี่มันไม่น่าเชื่อ" อัลซิดอุทาน
ชายหนุ่มปริศนา มีรูปร่างที่เห็นแล้วชวนให้ตะลึงเขามีหน้าตาคล้ายมนุษย์ ทว่ากลับมีเกล็ด หาง และปีก ดั่งมังกร
"เผ่า ดราโก"
"มันอะไรกันน่ะเผ่าดราโก" โซระถามอัลซิด
"เผ่าดราโก เท่าที่ฉันรู้มาเป้นเผ่าพันธุ์ที่พัฒนามาจากมังกร มีลักษณะภายนอกอย่างที่เห้น แต่ว่า....."
"เผ่านี้น่าจะสูญสลายไปตั้งแต่การก่อตั้งอิวาไลซ์แล้วนี่นา"
"ว่าไงนะ" โซระอุทาน

"ก็ที่เผ่าของเราสูญสลายไปเพราะใครกันล่ะ?" ชายเผ่าดราโกพูด
"ก็น้ำมือของเผ่าฮูมทั้งนั้นแหละ" ชายเผ่าดราโกตอบ
"แกต้องการอะไร? หรือจะเป็นสิ่งนี้" อัลซิดชี้ไปที่คีย์เบลดในมือโซระ
"มันก็ส่วนหนึ่งน่ะนะแต่มันไม่ใช่ความต้องการของฉันคนเดียว ... แต่มันเป็นความต้องการของเรา อันโนน ต่างหากเล่า"
"อันโนน เหรอหรือว่า อ๊ะ" อัลซิดพูดท่าทางเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้ แต่ก่อนที่จะพูดอะไรนั้นก็
"ฟ้าววววว!!!!!"

ชายเผ่าดราโกพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้ทั้งโซระและอัลซิดโดนการโจมตีแบบเต็มๆ
"อึ้ก!โธ่ ว้อย" อัลซิดร้องออกมา เขาพยายามจะลุกแต่ลุกไม่ขึ้น
"เสียใจด้วยนะแต่กรงเล็บมังกรของเผ่าดราโกน่ะถ้าโดนเข้าไปแล้วไม่เก่งกาจพอก็อย่าหวังว่าจะลุกได้ง่ายๆเลย"
"อัล!" โซระร้องเรียกอัลซิดเขาเองก็โดนกรงเล็บมังกรเล่นงานเหมือนกัน
"เอ้า!ขอเลยแล้วกันนะ คีย์เบลด" "ฝั่บ" ชายคนนั้นหยิบคีย์เบลดไปแต่ว่า "ชิ้ง!"
คีย์เบลดกลับมาอยู่ในมือโซระอย่างรวดเร็ว
"แกน่าจะได้ยินฉันไม่ใช่เหรอที่ว่า มีแต่คีย์เบลดมาสเตอร์อย่างฉันเท่านั้นที่ใช้ได้" โซระตอบยิ้มๆ
"หนอยแน่ แก ถ้าพวกเราไม่ได้มันอย่าหวังว่าใครจะได้ไปเลย ตายซะเถอะ!!!!!!!!!" เผ่าดราโกง้างกรงเล็บเตรียมจัดการโซระทันที
"หยุดนะเฟ้ย!!!!!!!" อัลซิดตะโกนพร้อมกับวิ่งพุ่งเข้ามา
"ฮึ่ม!ชิ" เผ่ามังกรกระโดดหนีบินลอยอยู่กลางอากาศ

"แกเองก็อยากมากสินะถ้างั้นจะได้จัดการให้หมดรวดเดียวไปเลย!!!!!!" เผ่าดราโกตะโกนอย่างโมโหสุดขีด
"ฮ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา" เผ่าดราโกรวมออร่าทั้งหมดไว้ที่ตัวมัน
"แย่แล้วมันจะมาไม้ไหนเนี่ย" อัลซิดบอก
"อ๊ะ!ลุกได้แล้ว" โซระบอกแล้วรีบลุกทันที

"ตายซะ" มันชูมือทั้งสองมาทางโซระและอัลซิดหมายจะจัดการเสีย แต่ทว่า
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ" เสียงปริศนาดังขึ้น เผ่าดราโกหยุดการโจมตีทันที
"หมายความว่ายังไงกันน่ะ หัวหน้า" เผ่าดราโกไม่พอใจมาก
"กลับมาก่อนเดี๋ยวนี้นะเจ้ากำลังจะทำลายทรัพยากรไปโดยไม่รู้ตัวนะ" เสียงนั้นตอบ
"ชิ ช่วยไม่ได้นะ" ว่าแล้วเผ่าดราโกก็เปิดประตูวาร์ปกลางอากาศเพื่อที่จะกลับไปทันที

"ดะ...เดี๋ยวสิ" โซระบอกกับเผ่าดราโก แล้วมันก็ชะงักครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า
"ไวเวิร์น" มันตอบ
"เอ๋?"
"ชื่อของข้าคือ ไวเวิร์น เจอกันคราวหน้าข้าจะจัดการเจ้าให้ได้เลย อย่าตายซะก่อนล่ะ คีย์เบลดมาสเตอร์!!!" ไวเวิร์นพูดประโยคสุดท้ายแก่โซระก่อนที่จะเข้าทางวาร์ปที่สร้างแล้วหายตัวไป

"ไวเวิร์นงั้นเหรอ" โซระกำมือแน่นเขาได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจเข้าให้แล้ว
"เจอกันคราวหน้างั้นเหรอ" โซระหันไปมองบนฟ้าจุดที่ไวเวิร์นหายไป

"เฮ้ โซระ" อัลซิดทัก
"อัล"
"หือ"
"ฉันน่ะ.......ฉันน่ะจะต้องแกร่งกว่านี้อีกให้ได้เลย"
"นายทำได้อยู่แล้วล่ะน่า" อัลซิดตอบ

--------------------

จบ  Chapter 2
(ตอนหน้า ความลับขององค์กรที่มีชื่อว่า "อันโนน" และ บทสรุปของบทเปิดที่ 1)

---------------------------------------------

    

     สวัสดีครับเซฮานอร์ทครับเป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับตอนนี้เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่เขียนฉากแอ็คชั่น จะว่ายากมันก็ได้น่ะนะ แต่ก็แต่งเต็ที่แล้วครับมีอะไรก็บอกมาได้นะครับจะได้นำไปปรับปรุงครับผม
     ช่วงนี้ที่เว้นการอัพบล้อกไปเสียนานเพราะไม่ค่อยมีข่าวคราวการเคลื่อนไหวในโลก KH เท่าไรแถมเดือนสุดท้ายของการเรียนในปีนี้งานมันยุ่งวุ่นวายน่าดูครับเลยไม่สามารถมาอัพอะไรได้ ต้องขออภัยทุกๆท่านด้วยนะครับ
     อีกเรื่องที่อยากจะแจ้งก็คือตอนนี้ เราท์เตอร์ อินเตอร์เน็ตที่บ้านผมมันเจ๊งเสียแล้วครับถ้ายังไงช่วงนี้ผมอาจจะไม่ค่อยโผล่หน้ามานักก็เพราะไม่มีเน็ตใช้นั่นแหละครับ (ที่เข้ามาวันนี้ได้นี่ถือว่าฟลุ้คสุดๆ) ถ้ายังไงจนกว่าผมจะมีเราท์เตอร์ตัวใหม่ก็ขอดองบล็อกแล้วกันนะครับ จะพยายามหาเราท์เตอร์ตัวใหม่มาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายใน มี.ค.นี้ครับ
     สุดท้ายนี้เวลาก็หมดหมดเวลาเสียแล้วไว้เจอกันใหม่เมื่อผมหาเราท์เตอร์ใหม่ได้แล้วนะครับ วันนี้ก็ขอตัวก่อนนะครับ สวัสดีครับ

เปิดตัวฟิค http://xehanort.exteen.com/20071104/kingdomhearts-ivalice-aliance

กล่าวเบื้องต้น http://xehanort.exteen.com/20071117/kingdom-hearts-ivalice-alliance

Chapter 00. http://xehanort.exteen.com/20071124/fic-kingdom-hearts-ivalice-alliance-chap-00

--------------------------------------------------------------------------

Kingdom Hearts : Ivalice Alliance

Chapter 01.The Playboy and Key Wielder(ไอ้หนุ่มเพลย์บอยกับผู้ถือกุญแจ)

ทางตอนใต้ของเมืองหลวงราบานัสเตอร์ / ดัลมัสก้า
"เฮ้อ!ในที่สุดก็มาถึงสักที" อัลซิดบ่น หลังจากที่ตรากตรำเดินทางมา
"นึกว่าจะต้องเดินไกลกว่านี้ซะแล้วดีนะเนี่ยที่เลือกที่ลงถูก" อัลซิดว่าพลางเขามาที่นี่ด้วยการเดินในช่วงหลังเพราะเขามีสิ่งที่ต้องการอยากจะไปดู
"แต่ก็ไม่ยักกะนึกว่าจะเป็นข่าวลวงน่ะนะเพราะฉะนั้นถึงไปลงที่ราบานัสเตอร์เลยไม่ได้ เมืองหลวงข่าวมันเยอะน่าปวดหัวตาย" พูดไปก็เท่านั้นว่าแล้วอัลซิดรีบสาวเท้าเข้าไปทันทีแต่ ทว่า..........
"เฮ้ย! มีคนนอนสลบ" ภาพเบื้องหน้าของอัลซิดมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนอนสลบอยู่
"เอาไงดีล่ะเนี่ย" อัลซิดลังเล ก่อนที่จะตัดสิยใจพาเด็กหนุ่มผู้นี้เข้าเมืองไปด้วย

.......................................

......

ที่นี่.........

ที่ไหน..........

ฉัน.......

มาทำอะไร.......

เกิดอะไรขึ้น.........

.............!!!!!!!!!!!

.......................................

 

"โดนัลด์!.........กู๊ฟฟี่!..........!!!!!!!"
"หวา...." อัลซิดเผลอร้องด้วยความตกใจ
"ที่นี่มัน?"
"โฮ่ ฟื้นแล้วเหรอ" อัลซิดถาม
"คุณคือ?"
"ฉัน ชื่อ...อ่า....อัล...เรียกฉันว่าอัลแล้วกันแล้วนายล่ะ"
"ผมชื่อ โซระครับ" โซระตอบทั้งๆที่ยังค่อนข้างมึนงงอยู่บ้าง
"งั้นก็ดีนายฟื้นแล้วฉันจะได้ไป" อัลซิดบอกแล้วออกไปจากสถานพยาบาลนี่ทันที
"ดะ.....เดี๋ยวสิครับ" โซระเรียกอัลซิด อัลซิดหันกลับมามองทำนองน่ารำคาญ
"ละ...แล้วเพื่อนของผมล่ะอีก 2 คนน่ะ" โซระถามอัลเขาเป็นห่วง โดนัลด์และกู๊ฟฟี่มาก
"ฉันไม่รู้หรอกนะตอนที่ฉันไปช่วยนายก็เห็นมีแค่นายคนเดียว" อัลซิดตอย
"งั้นหรือครับ" โซระได้ฟังดังนั้นจึงคอตกทันที
"ถ้ายังไงฉันขอตัวล่ะคราวนี้" อัลซิดจากไป โซระพยายามจะถามอัลซิดอีกครั้งแต่เขาเดินออกไปซะแล้ว
"ช่วยไม่ได้น้าเห็นทีคงต้องตามไปซะแล้ว" โซระเก็บของให้เรียบร้อยก่อนจะตามอัลซิดออกไปข้างนอก


เมืองหลวงราบานัสเตอร์ / ดัลมัสก้า

"ว้าว!!" โซระตะลึงกับภาพที่เห็นของเขา เผ่าพันธุ์อันแสนหลากหลายของโลกนี้มันช่างน่าตื่นเต้นเอาเสียจริงๆเลย แต่ว่าเขาจะมามัวสนพวกนี้ไม่ได้อันดับแรกเขาต้องตามชายที่ชื่ อัล ไปเสียก่อนเพื่อสอบถามเรื่องต่างๆให้เรียบร้อย     ว่าแต่.....ชายคนนี้จะมุ่งไปหน้าไปที่ไหนกันนะ

สถานีเรือบิน เมืองหลวงราบานัสเตอร์ อาณาจักรดัลมัสก้า

โซระเดินทางมาถึงสถานีเรือบินของเมืองๆนี้แล้ว 
"อีะ!นั่นไงอยู่นั่นๆ" โซระเห็นอัลซิดแล้วเขามาอยู่ที่นี่นั่นเองแต่ทว่าเขายื่นตั๋วแก่พนักงานเรือบินและขึ้นไปเสียแล้ว
"บ้าจริง ทำไงดีล่ะเนี่ยไม่มีเงินซะด้วย รู้งี้ขอเงินมาจากโดนัลด์ก่อนดีกว่า" โซระบ่นในความไม่รอบคอบของตัวเอง
"อ้า...จริงสิถ้าขึ้นธรรมดาๆไม่ได้ก็ต้อง....." ว่าแล้วโซระจึงจัดแจง ลอบขึ้นเรือทางตู้ขนส่งสินค้าทันที
การลอบขึ้นเรือง่ายกว่าที่คิด เขาแค่ลอบเข้าไปในตู้สินค้าก็เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรที่ยากเลย

ตอนนี้โซระขึ้นมาอยู่บนเรือบินแล้ว เสียงจากภายนอกที่เขาได้ยินนั้นเป็นหลักฐานว่า เรือลำนี้คงกำลังออกบินไปแล้ว ไม่ว่ามันจะไปที่ไหนก็ตาม อันดับแรกเขาต้องตามหาอัลก่อน
ว่าแล้วโซระจึงแงะประตูตู้สินค้าแล้วออกมาทันที จากนั้นโซระจึงตามหาอัลซิดทันที


แต่หารู้ไม่ว่า.......บนเรือบินลำนี้.....มีผู้ลอบขึ้นเรือ.....ขึ้นมาอีกคนนึงแล้ว.......

จบ  Chapter 01

--------------------------------------------------------

       สวัสดีครับเซฮานอร์ทครับ ฮือๆๆๆๆๆ หายไปนานเลยกับฟิคนี้เพราะว่าเกิดปัญหาขึ้นครับ คือตอนที่ลงฟิคตอน 00.ไปแล้วด้วยตอนนั้นคอมพ์ผมก็ได้มีโอกาสยกไปทำความสะอาดเครื่อง แต่ด้วยความที่(ไอ้)ช่างเขาหวังดีเกินเหตุครับเล่นฟอร์แมทใหม่หมดเลย ผลคือฟิคทั้งหมดที่แต่งเสร็จแต่ยังไม่ได้ลงก็เลยอันตรธานหายไปหมดเลยครับ T_T แล้วกว่าจะแต่งใหม่ได้นี่ไม่ง่ายนะครับนี่ตอนแรกก่อนหน้านี้แต่งได้ดีกว่านี้อีกแต่ดันจำบทสนทนาไม่ได้ครบถ้วนครับ ต้องขออภัยสำหรับผู้ที่ต้องการจะติดตามฟิคนะครับ

       ส่วนในตอนหน้าของอิวาไลซ์ อลิอานซ์นั่นคิดว่าคงได้ฤกษ์ต่อสู้กันแล้วล่ะครับถ้ายังไงก็ฝากผลงานไว้ด้วยนะครับหากได้รับการตอบรับที่ดีคิดว่าคงได้มีการแยกฟิคออกมาต่างหากเลย ล่ะครับถ้ายังไงก็ติดตามเป้นกำลังใจด้วยนะครับและหากสนุกก็อย่าลืมดูแล้วบอกต่อด้วยนะครับ สำหรับวันนี้หมดหมดเวลาลงแล้วไว้พบกันใหม่ในโอกาสหน้านะครับ สวัสดีครับ

edit @ 1 Jan 2008 13:55:52 by Xehanort-AnotherX